<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/23" />
  <subtitle />
  <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/23</id>
  <updated>2026-04-08T15:07:13Z</updated>
  <dc:date>2026-04-08T15:07:13Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การประยุกต์ทฤษฎีห่วงโซ่แห่งคุณค่าสำหรับการสร้างแบบจำลองการเบิกจ่ายค่าสอนในคณะวิศวกรรมศาสตร์</title>
    <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3603" />
    <author>
      <name>รัศมิ์ลภัส อัศวนรากุล</name>
    </author>
    <author>
      <name>ศิวกร อ่างทอง</name>
    </author>
    <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3603</id>
    <updated>2020-09-24T04:36:18Z</updated>
    <published>2562-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การประยุกต์ทฤษฎีห่วงโซ่แห่งคุณค่าสำหรับการสร้างแบบจำลองการเบิกจ่ายค่าสอนในคณะวิศวกรรมศาสตร์
Authors: รัศมิ์ลภัส อัศวนรากุล; ศิวกร อ่างทอง
Abstract: บทความวิจัยนี้เสนอการนำทฤษฎีห่วงโซ่แห่งคุณค่ามาใช้สร้างแบบจำลองการะบวนการเบิกจ่ายค่าสอน ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นการนำแบบจำลองทางธุรกิจมาใช้ในการตีความและสร้างแบบจำลองกระบวนการทางด้านการศึกษา เพื่อพัฒนากระบวนการเบิกจ่ายให้มีประสิทธิภาพ โดยการนำทฤษฎีห่วงโซ่แห่งคุณค่าของ Michael Porter มาใช้สร้างแบบจำลองห่วงโซ่แห่งคุณค่าและชยายสู่ห่วงโซ่ปฏิบัติการของการเบิกจ่ายค่าสอน การทดลองใช้แบบจำลองที่นำเสนอกับกลุ่มตัวอย่างผู้สอนจาก 10 หน่วยงานในวิศวกรรมศาสตร์ ภาคการศึกษาที่ 2/2561 เปรียบเทียบกับภาคการศึกษาที่ 1/2561 พบว่า การปฏิบัติงานตามแบบจำลองที่นำเสนอสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานได้ทั้งด้านการกำกับติดตามการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเวลาที่กำหนด สามารถลดความผิดพลาดของเอกสาร และสามารถร่นเวลาการเบิกจ่ายให้สั้นลง จึงสรุปได้ว่า สามารถนำทฤษฎีห่วงโซ่แห่งคุณค่ามาใช้สร้างแบบจำลองกระบวนการทางด้านการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยในอนาคต คือการประยุกต์ทฤษฎีห่วงโซ่แห่งคุณค่าในงานอื่นที่มีลักษณะคล้างคลึงกัน; This article presents an approach of a value chain theory for modelling the disbursement of teaching fees in Faculty of Engineering. IT is an attempt to use a business model approach to interpret and compile existing academic process in order to improve the efficiency of disbursement. By applying the Michael Porter’s value chain to create the disbursement model and expanding to create a chain operational model The experimental result shows that the proposed operation model increases the efficiency of disbursement. IT helps to reduce both document errors and time spent in the disbursement process. We therefore conclude that the value chain completely suitable for modelling an academic process. Further research is the application of a value chain theory in other similar jobs.
Description: การประชุมวิชาการราชมงคลด้านเทคโนโลยีการผลิตและการจัดการ วันที่ 30-31 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรสเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่</summary>
    <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การทดสอบและประเมินผลการให้น้ำหยดสำหรับไร่อ้อยนอกเขตชลประทานในภาคกลาง</title>
    <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1855" />
    <author>
      <name>นาวี จิระชีวี</name>
    </author>
    <author>
      <name>สราวุฒิ ปานทน</name>
    </author>
    <author>
      <name>สันธาร นาควัฒนานุกูล</name>
    </author>
    <author>
      <name>วุฒิพล จันทร์สระคู</name>
    </author>
    <author>
      <name>สุรชัย สวยลึก</name>
    </author>
    <author>
      <name>กาญจนา กิระศักดิ์</name>
    </author>
    <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1855</id>
    <updated>2020-09-24T04:36:18Z</updated>
    <published>2013-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การทดสอบและประเมินผลการให้น้ำหยดสำหรับไร่อ้อยนอกเขตชลประทานในภาคกลาง
Authors: นาวี จิระชีวี; สราวุฒิ ปานทน; สันธาร นาควัฒนานุกูล; วุฒิพล จันทร์สระคู; สุรชัย สวยลึก; กาญจนา กิระศักดิ์
Abstract: ระบบหยดน้ำเป็นวิธีการให้น้ำที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะในที่มีแหล่งน้ำจำกัด ในอดีตการใช้งานยังไม่แพร่หลายเนื่องจากข้อจำกัดด้านแหล่งจำหน่ายวัสดุและราคา แต่ในปัจจุบันสินค้ามีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะในแถบภาคกลาง จึงทำให้เกิดปัญหาการเลือกใช้งานอย่างเหมาะสม โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบและประเมินผลการใช้งานระบบน้ำหยดแบบเทป (Drip Tape) สำหรับไร้อ้อยเพื่อเป็นแนวทางการใช้ที่เหมาะสมสำหรับไร่อ้อยขนาดเล็กในประเทศ โดยดำเนินการทดสอบในระดับแปลงเกษตรกรที่ อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี แปลงทดสอบเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายประกอบด้วยการให้น้ำ 3 กรรมวิธี ได้แก่ 1) เทปน้ำหยดต่างประเทศ อัตราจ่ายน้ำต่ำ (1.4 ลิตร/ชม.) 2) เทปน้ำหยดผลิตในประเทศ อัตราจ่ายน้ำสูง (2.4 ลิตร/ชม.) 3) ไม่ให้น้ำ (อาศัยน้ำฝน) ในแต่ละกรรมวิธีมีขนาดแปลง 2-3 ไร่ กำหนดปริมาณน้ำที่ให้โดยคำนวณเทียบจากข้อมูลค่าการระเหยน้ำจากถาดวัดการระเหย โดยกำหนดรอบเวรการให้น้ำระหว่าง 7-14 วัน ดำเนินการทดสอบในการปลูกอ้อย 2 ฤดูปลูก ระหว่างปี 2554 (อ้อยปลูก) ถึง ปี 2555 (อ้อยตอ 1) ผลการทดสอบพบว่าในปี 2554 เป็นปีที่มีปริมาณฝนกระจายอย่างสม่ำเสมอ ปริมาณผลผลิตอ้อยในแปลงที่ไม่ให้น้ำจึงไม่แตกต่างจากการให้น้ำหยดในแบบต่างๆ แต่ในการทดสอบกับอ้อยตอ 1 ในปี 2555 ซึ่งมีปริมาณฝนน้อย (1,031 มม.) มีค่าเฉลี่ยผลผลิตของแปลงที่อาศัยน้ำฝนต่ำมาก (6.10 ตัน/ไร่ และ c.c.s. = 8.25) แตกต่างจากค่าเฉลี่ยผลผลิตของแบบน้ำหยดอัตราจ่ายน้ำต่ำ (16.51 ตัน/ไร่ และ c.c.s. = 13.20) ที่มีค่าเฉลี่ยผลผลิตใกล้เคียงกับแบบน้ำหยดอัตราจ่ายน้ำสูง (14.24 ตัน/ไร่ และ c.c.s. = 12.62) จากประเมินผลการใช้งานของเทปน้ำหยดทั้ง 2 แบบ พบว่า สามารถเพิ่มผลผลิตอ้อยได้ไม่แตกต่างกันแบบอัตราจ่ายน้ำสูงจะมีข้อดีที่มีราคาถูกกว่า ถึงแม้จะมีข้อจำกัดที่เกิดความเสียหายมากกว่าแต่เมื่อซ่อมแซมแล้วสามารถใช้งานได้อย่างน้อย 2-3 ปี ถ้าอยู่ภายใต้การใช้งานและการดูแลรักษาที่เหมาะสม เช่น การติดตั้งหรือเก็บเทปน้ำหยดด้วยอุปกรณ์ม้วนสาย การเคลื่อนย้ายอย่างเหมาะสมระหว่างการใช้งาน เป็นต้น</summary>
    <dc:date>2013-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การประยุกต์ใช้แบบจำลอง HEC-RESSIM ช่วยในการบริหารงานอ่างเก็บน้ำโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง</title>
    <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1854" />
    <author>
      <name>ธีระพงษ์ ควรคำนวน</name>
    </author>
    <author>
      <name>สุนทร เฉินประยูร</name>
    </author>
    <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1854</id>
    <updated>2020-09-24T04:36:18Z</updated>
    <published>2013-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การประยุกต์ใช้แบบจำลอง HEC-RESSIM ช่วยในการบริหารงานอ่างเก็บน้ำโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง
Authors: ธีระพงษ์ ควรคำนวน; สุนทร เฉินประยูร
Abstract: โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง เป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ประเภทกักเก็บน้ำ และส่งน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูกด้วยวิธี Gravity ซึ่งแหล่งน้ำของโครงการฯ มาจากอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงและอ่างเก็บน้ำลำสำลาย โดยมีพื้นที่ชลประทาน ฤดูฝน 67,760 ไร่ และ 17,200 ไร่ ฤดูแล้ง 40,000 ไร่ และ 12,000 ไร่ ตามลำดับ เนื่องจากที่ผ่านมาผลิตผลทางการเกษตรโดยเฉพาะข้าวให้ผลตอบแทนสูง ส่งผลให้เกษตรกรมีความต้องการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น แต่เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนมีปริมาณจำกัดจึงต้องมีการจัดการน้ำที่เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดเนื่องจากการขาดน้ำ ในการศึกษาครั้งนี้เป็นการจำลองการส่งน้ำของโครงการโดยใช้แบบจำลอง HEC-ResSim เป็นเครื่องมือช่วย ซึ่งต้องใช้ข้อมูลทางกายภาพของอ่างเก็บน้ำทั้งสองข้อมูลอุทกวิทยาตั้งแต่ปี พ.ศ.2541-2554 และข้อมูลการเพาะปลูกของโครงการ เป็นข้อมูลนำเข้า และตรวจสอบความถูกต้องของแบบจำลองจากข้อมูลการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงเข้าสู่อ่างเก็บน้ำลำสำลาย ผลการจำลองพบว่า การเพาะปลูกภายในโครงการตามแผนการเพาะปลูกปัจจุบันไม่ทำให้เกิดการขาดน้ำ แต่เมื่อเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกฤดูแล้ง 20 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้เกิดการขาดน้ำ 6.48 เปอร์เซ็นต์เฉพาะในพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง โดยในส่วนของพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำลำสำลายไม่เกิดการขาดน้ำ ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากในช่วงฤดูฝน มีการผันน้ำส่วนเกินความจุอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงเข้าสู่อ่างเก็บน้ำลำสำลาย หรือหากต้องการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกในพื้นที่ชลประทานอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ควรพิจารณาผันน้ำกลับเข้าสู่ระบบชลประทานอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงในช่วงฤดูแล้ง</summary>
    <dc:date>2013-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การเปรียบเทียบการออกแบบระบบชลประทานฉีดฝอยสำหรับภูมิทัศน์ด้วยโปรแกรม EAGLE POINT 2009, LAND F/X 2009 และ RAINCAD V.5</title>
    <link rel="alternate" href="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1853" />
    <author>
      <name>อภิรัฐ ปิ่นทอง</name>
    </author>
    <author>
      <name>เฉลิมชัย เชนะโยธิน</name>
    </author>
    <author>
      <name>ภาณุพงศ์ จันทร์ประภาพ</name>
    </author>
    <id>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/1853</id>
    <updated>2020-09-24T04:36:17Z</updated>
    <published>2013-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การเปรียบเทียบการออกแบบระบบชลประทานฉีดฝอยสำหรับภูมิทัศน์ด้วยโปรแกรม EAGLE POINT 2009, LAND F/X 2009 และ RAINCAD V.5
Authors: อภิรัฐ ปิ่นทอง; เฉลิมชัย เชนะโยธิน; ภาณุพงศ์ จันทร์ประภาพ
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการออกแบบระบบชลประทานฉีดฝอยสำหรับภูมิทัศน์ด้วยโปรแกรม Eagle Point 2009, Land F/X 2009 และ RainCAD V.5 ในการออกแบบได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Hunter หัวสปริงเกลอร์แบบ Turf Sprays รุ่น PS และตรวจสอบความถูกต้องจากการคำนวณด้วยมือ จากการศึกษาสามารถสรุปผลจากการออกแบบด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งให้ผลการคำนวณออกมาที่ใกล้เคียงกัน โดยสามารถแบ่งโซนการให้น้ำออกเป็น 5 โซน ขนาดท่อประธานต่ำสุดและสูงสุด 21/2 และ 3 นิ้ว ส่วนขนาดท่อแขนงต่ำสุดและสูงสุด 1/2 และ21/2 นิ้ว ขนาดของเครื่องสูบน้ำที่ใช้งานต่ำสุดที่อัตราการไหล (Q)23.21 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง แรงดันใช้งาน 3.12 บาร์ ช่วงเวลาการให้น้ำของแต่ละโซนอยู่ระหว่าง 13-15 นาที ส่วนเมื่อพิจารณาข้อเด่นและข้อด้อยของแต่ละโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบ พบว่าโปรแกรม RainCAD V.5 มีคุณสมบัติที่ดีที่สุด โดยมีข้อเด่นคือ สามารถสร้างแบบจำลองการกระจายน้ำของหัวสปริงเกลอร์ และแสดงเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินระบบที่ออกแบบในค่า CU, DU, SC เพื่อให้ผู้ออกแบบใช้เป็นแนวทางพิจารณาตัดสินใจ แก้ไขระบบก่อนทำการติดตั้งและก่อสร้างจริง</summary>
    <dc:date>2013-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

