<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3072">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3072</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3794" />
        <rdf:li rdf:resource="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3757" />
        <rdf:li rdf:resource="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3756" />
        <rdf:li rdf:resource="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3638" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-08T15:07:10Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3794">
    <title>การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างช่องทางการประชาสัมพันธ์และการแนะแนวการศึกษากับความเชื่อมั่นในการเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ปีการศึกษา 2563 ของนักศึกษาสายอาชีวศึกษา</title>
    <link>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3794</link>
    <description>Title: การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างช่องทางการประชาสัมพันธ์และการแนะแนวการศึกษากับความเชื่อมั่นในการเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ปีการศึกษา 2563 ของนักศึกษาสายอาชีวศึกษา
Authors: ศีจุฑา ปอน้อย และ ภริดา สนธ์หอม
Abstract: งานวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างช่องทางการประชาสัมพันธ์และการแนะแนวการศึกษากับความเชื่อมั่นในการเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ปีการศึกษา 2563 ของนักศึกษาสายอาชีวศึกษา โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาสายอาชีวศึกษา ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในปีการศึกษา 2563 ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 162 ตัวอย่าง และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 251 ตัวอย่าง รวม 413 ตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที (t -test) และการทดสอบ (chi-square test)&#xD;
ผลการวิจัยพบว่า 1) นักศึกษามีความเชื่อมั่นในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในระดับมากที่สุด เรียงลำดับความเชื่อมั่นจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านการจัดการศึกษาด้านการมีงานทำ และด้านสภาพแวดล้อมและสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ โดยนักศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงมีความเชื่อมั่นในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 2) สื่อประชาสัมพันธ์ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อของนักศึกษา สายอาชีวศึกษามากที่สุด 3 อันดับแรกคือเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย เฟซบุ๊กของมหาวิทยาลัย และการเข้าร่วมจัดนิทรรศการแนะแนวศึกษาต่อ/การเข้าร่วมจัดนิทรรศการแนะแนวศึกษาต่อในสถานศึกษา 3) ผู้ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อของนักศึกษามากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ตนเอง ผู้ปกครองและครอบครัว และครูหรืออาจารย์ 4) สื่อประชาสัมพันธ์ประเภทเฟซบุุ๊กของมหาวิทยาลัยมีความสัมพันธ์กับความเชื่อมั่นในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05; This study aimed to study the relationship between public relations channels and educational guidance toward the confidence in studying for the bachelor degree at Rajamangala University of Technology Thanyaburi in the academic year 2020 of vocational students. The sample consisted of 162 vocational students at the Vocational Certificate level and 251 samples at the Higher Vocational Certificate level, selected for admission to Rajamangala University of Technology Thanyaburi in 2020, totalling 413 samples. The instrument was a questionnaire and analysed by descriptive statistics: frequency, percentage, mean, standard deviation, independent t-test for two samples, and the chi-square test.&#xD;
The results were as follows:&#xD;
1. The students had the highest confidence level in Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ranking from highest to lowest, in management of education regarding having a job, the environment, and learning support, in which the students in the vocational certificate level and higher vocational certificate level had difference in confidence in Rajamangala University of Technology Thanyaburi at the statistical significance level of 0.05.&#xD;
2. The top 3 media that influence the admission decision of vocational students were the university's website, the university's Facebook, and the participation in the exhibition of further education guidance or the exhibition of further education in educational institutions.&#xD;
3. The top 3 groups of people who had the greatest influence on students' admission decisions were the students themselves, their parents and families, and teachers.&#xD;
4. The university's public relations on Facebook were correlated with confidence in Rajamangala University of Technology Thanyaburi at a statistically significant level of 0.05</description>
    <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3757">
    <title>การศึกษาความพึงพอใจต่อเพจเฟซบุ๊กมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี</title>
    <link>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3757</link>
    <description>Title: การศึกษาความพึงพอใจต่อเพจเฟซบุ๊กมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Authors: พนมฉัต คงพุ่ม
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาของเพจเฟซบุ๊กและศึกษาความพึงพอใจต่อเพจเฟซบุ๊กมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ บุคลากรสายสนับสนุน บุคลากรสายวิชาการ และนักศึกษา จำนวน 3 คน กลุ่มละ 3 คน โดยใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง คัดเลือกบุคคลที่เป็นผู้ใช้งานเพจเฟซบุ๊กมหาวิทยาลัย เพื่อสัมภาษณ์เกี่ยวกับสภาพและปัญหาของเพจเฟซบุ๊ก และบุคลากรสายสนับสนุน บุคลากรสายวิชาการ จำนวน 327 คน และนักศึกษา จำนวน 379 คน เพื่อตอบแบบสอบถามความพึงพอใจต่อเพจเฟซบุ๊ก สามารถเก็บข้อมูลกลับมาได้ 682 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสัมภาษณ์สภาพและปัญหาของเพจเฟซบุ๊กมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้เพจเฟซบุ๊กมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จำนวน 29 ข้อ &#xD;
ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันในการใช้งานเพจเฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จะใช้ในการอ่านข่าวสารการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัย ผู้ใช้งานเพจ    เฟซบุ๊กจะอ่านข่าวต่าง ๆ ทั่วไป ไม่ได้เจาะจงอ่านข่าวเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือค้นหาข่าวสารเฉพาะเรื่อง เพจเฟซบุ๊กมหาวิทยาลัยจึงเป็นแหล่งกระจายข่าวสารให้บุคลากรได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ซึ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณะที่ดีให้กับมหาวิทยาลัย ปัญหาที่พบ คือ ภาพประกอบข่าว มีขนาดไม่เหมาะสมกับหน้าจอโทรศัพท์มือถือ บางภาพจะมีลักษณะยืดสูงเกินไป บางภาพขอบถูกตัด ตกขอบ การนำเสนอส่วนใหญ่เป็นข้อความยาว ๆ ทำให้ไม่น่าสนใจ มีการโพสต์ข่าวเดียวกันซ้ำ ๆ หลายครั้ง ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน สำหรับข้อปรับปรุงแก้ไข ควรแยกกลุ่มข่าวสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ข่าวสารของนักศึกษา ควรมีการอัพเดทหรือรีโพสต์เป็นประจำ ในช่วงเวลาของกิจกรรมนั้น ๆ เช่น ประกาศทุนการศึกษา ประกาศรับสมัครจิตอาสา  การรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อรอบ TCAS เป็นต้น นอกจากนี้ควรมีการนำ Info Graphic แฮชแท็ก และแอนิเมชัน มาใช้ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร การให้ความรู้ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาสาระได้ง่ายและรวดเร็ว&#xD;
ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจต่อเพจเฟซบุ๊กมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีช่วงอายุระหว่าง 21-23 ปี มีตำแหน่งหน้าที่เป็นนักศึกษา มีระดับความพึงพอใจต่อเพจเฟซบุ๊กของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีด้านเนื้อหาอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะลักษณะการเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก เป็นลำดับแรก ด้านรูปแบบการนำเสนอ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความพึงพอใจในการนำเสนอภาพ Info Graphic เพื่อให้ความรู้เรื่องต่าง ๆ อย่างเข้าใจง่าย อยู่ในระดับมากเป็นลำดับแรก และด้านประโยชน์    ต่อผู้ใช้เพจเฟซบุ๊ก พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความพึงพอใจในข่าวสารที่มีประโยชน์ต่อบทบาทหน้าที่ของตนเองอยู่ในระดับมาก เป็นลำดับแรก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05; The purposes of this research were to study about circumstances and satisfaction toward Rajamangala University of Technology Thanyabusi’s Facebook Page. The samples were divided into two groups. 1) Three of Support department personnel, Three of Academic personnel and Three of University students selected by purposive sampling from Facebook page users to interview about circumstances and problems of Facebook page. 2) 327 of Support department personnel and Academic personnel and 379 of University students to do satisfaction questionnaire toward Facebook page. Instrumentation was composed of 1) Interview form about circumstances and problems of Rajamangala University of Technology Thanyabusi’s Facebook page 2) Satisfaction questionnaire toward Rajamangala University of Technology Thanyabusi’s Facebook page &#xD;
The finding of this research were &#xD;
1) The current condition of using Rajamangala University of Technology Thanyabusi’s Facebook page is to read the news and informations about University’s activities in various situations. Facebook users read all general information with no specification of reading and searching in any topic. Facebook page is the news distribution for university personnel and improve corporate image. &#xD;
2) The problems are. News illustration size is not fit for mobile screen. Some are too long, some are trimmed. News presentation is uninteresting, most of them are texts. Repeatedly posted news. &#xD;
3) The suggestion are. Audience analysis. News update and repost during period of activities to announce the news thoroughly to students and people. For example, Scholarship, volunteer or TCAS admission. Use more infographic, hashtag and animation to improve the information’s acknowledgement. Especially, using hashtag helps user to access information easier.</description>
    <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3756">
    <title>การศึกษาพฤติกรรมการรับรู้สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี</title>
    <link>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3756</link>
    <description>Title: การศึกษาพฤติกรรมการรับรู้สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Authors: พนมฉัต คงพุ่ม
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะพฤติกรรมการรับรู้สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ บุคลากรสายสนับสนุน บุคลากรสายวิชาการ จำนวน 327 คน และนักศึกษา จำนวน 379 รวมทั้งสิ้น 706 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถามพฤติกรรมการรับรู้สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จำนวน 14 ข้อ &#xD;
ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมการรับรู้สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีของผู้ตอบแบบสอบถามมีลักษณะการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางเพจเฟซบุ๊ก (www.facebook. com/rmutt.official. : ราชมงคลธัญบุรี RMUTT) มากที่สุด เข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัย 1-2 วันต่อสัปดาห์ มีความถี่ในการเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ 2-5 ครั้ง ต่อวัน ช่วงเวลา 18.01-21.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ใช้ในการเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัย มากที่สุด โดยภาพรวมแล้วใช้ระยะเวลาในการรับรู้สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน อุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ คือ โทรศัพท์มือถือ สถานที่ที่ใช้ในการเข้าถึง สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์มากที่สุด คือ บ้าน/หอพัก &#xD;
ลักษณะความสนใจและการมีปฏิสัมพันธ์ในการรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่จะติดตามสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัย เพราะต้องการติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้อง มีปฏิสัมพันธ์กับสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ โดยการกดถูกใจหรือกดติดตามสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ในแต่ละช่องทางมากที่สุด สำหรับเว็บไซต์มหาวิทยาลัยและเพจเฟซบุ๊กมหาวิทยาลัย ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่จะใช้ประโยชน์ในการรับรู้ข่าวสาร ประกาศ ของมหาวิทยาลัย คณะ และหน่วยงานมากที่สุด ส่วนทวิตเตอร์มหาวิทยาลัย ยูทูบมหาวิทยาลัย และอัลบั้มภาพมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่จะไม่ได้ติดตามหรือไม่เคยเข้าถึงสื่อออนไลน์นี้ &#xD;
ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างสถานภาพของบุคลากรกับพฤติกรรมการรับรู้สื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พบว่า เพศที่แตกต่างกันมีความสัมพันธ์กับช่องทางการเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์และเหตุผลในการติดตามสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัยแตกต่างกัน อายุที่แตกต่างกันมีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาในการเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัยแตกต่างกัน และตำแหน่งหน้าที่ที่แตกต่างกันมีความสัมพันธ์กับเหตุผลในในการติดตามสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ของมหาวิทยาลัยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05; The purposes of this research were to study about perception behavior toward online media and to study relationship between personnel status and perception behavior toward Rajamangala University of Technology Thanyabusi’s online media. The samples were 327 of Support department personnel and Academic personnel and 379 of University students. Instrumentation was composed of perception behavior questionnaire toward Rajamangala University of Technology Thanyabusi’s online media. &#xD;
The result of this research found that the participants’ perception behavior toward Rajamangala University of Technology Thanyabusi’s online media were mostly using Facebook page (www.facebook.com/rmutt.official. : RMUTT) to access information and news. The participants spent 1 to 2 days a week to access university online media and 2 to 5 times a day. And average access time was usually 6 pm. to 9 pm. Generally, time spent for access university online media was less than 1 hour per day with mobile phone at home or dormitory. &#xD;
The interest and interaction toward Rajamangala University of Technology Thanyabusi’s online media were to keep track for relevant news by hitting like and subscribe. University website and Facebook page was mostly use to receiving news or announcements from university, faculty and department. University twitter, Youtube or photo album was rarely access. &#xD;
The analysis of relationship between personnel status and perception behavior toward Rajamangala University of Technology Thanyabusi’s online media was found that gender difference was related to channel and reason accession. Age difference was related to time accession. Gadget and purpose difference were related to reason to access with Statistically significant level at .05</description>
    <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3638">
    <title>แนวทางการพัฒนาการเขียนข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี</title>
    <link>http://www.repository.rmutt.ac.th/xmlui/handle/123456789/3638</link>
    <description>Title: แนวทางการพัฒนาการเขียนข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
Authors: อลงกรณ์  รัตตะเวทิน
Abstract: การเขียนพาดหัวข่าวเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของโครงสร้างข่าวเพื่อใช้ใน&#xD;
การรายงานข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข่าวประชาสัมพันธ์ ที่นักประชาสัมพันธ์จะต้องเขียนและส่งข่าวด้วยวิธีการเผยแพร่ข่าวสารไปยังสื่อมวลชนโดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ และบ่อยครั้งที่บรรณาธิการข่าว&#xD;
อาจต้องนำไปปรับหรือเขียนใหม่เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้อที่และสอดคล้องกับแนวทางของสื่อสิ่งพิมพ์นั้นผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาประเด็นดังกล่าว โดยการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อวิเคราะห์รูปแบบประโยคพาดหัวข่าว 2) เพื่อวิเคราะห์ลักษณะการใช้ภาษาพาดหัวข่าวของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี&#xD;
ราชมงคลธัญบุรีในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางการเขียนพาดหัวข่าวเพื่อ&#xD;
การประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ การวิจัยครั้งนี้&#xD;
ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหาและใช้ตารางลงรหัสเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลพาดหัวข่าวของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ จากกฤตภาคข่าวออนไลน์ในปีการศึกษา 2561 - 2562&#xD;
ผลการวิจัยสรุปได้ว่า รูปแบบประโยคพาดหัวข่าวที่นักหนังสือพิมพ์นิยมใช้ในการเขียน&#xD;
พาดหัวข่าวมีรูปแบบของประโยคที่ขึ้นต้นด้วยประธานมากที่สุด (ร้อยละ 56.07) ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นชื่อเรียกของหน่วยงานหรือชื่อองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชื่อของ “มทร.ธัญบุรี” ส่วนลักษณะการใช้ภาษาพาดหัวข่าวที่นิยมใช้มากที่สุด คือ ลักษณะการใช้คำเรียกชื่อและการใช้คำย่อ (ร้อยละ 20.56)โดยมีการใช้คำเรียกชื่อ “มทร.ธัญบุรี” ซึ่งเป็นชื่อมหาวิทยาลัย และการใช้คำย่อชื่อมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีว่า “มทร.ธัญบุรี” &#xD;
ผลการวิจัยในภาพรวม พบว่า นักหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ใช้รูปแบบประโยคพาดหัวข่าวของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ทั้งหมด 4 รูปแบบ และใช้ภาษาพาดหัวข่าวของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐทั้งหมด 18 ลักษณะ ซึ่งนำมาสู่ข้อเสนอแนะสำหรับนักประชาสัมพันธ์หรือผู้รับผิดชอบด้านงานข่าว คือ ควรพิจารณาผลการวิจัยครั้งนี้เป็นแนวทาง&#xD;
การพัฒนาการเขียนข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีประกอบการเขียนพาดหัวข่าวภายใต้บริบทและความเหมาะสมของเนื้อหาข่าว; Writing headlines is one of the important elements of news reporting structure especially for a press release. The Public Relations Officer has to write and send the news to mass media like the newspaper. And often, news editors may have to adjust or rewrite the press release to suit the space and the guidelines of that publication. Therefore, the researcher is interested in studying such issues. The objectives of this research were 1) to analyze the headline format, 2) to analyze the language of headline appeared in ThaiRath newspaper, and 3) to suggest the guidelines for press release development for the Rajamangala University of Technology Thanyaburi. &#xD;
The methodology of this research was content analysis. The coding table was used as &#xD;
a tool for collecting headlines from online news clipping in the academic year of &#xD;
2018 - 2019.&#xD;
The research found that the headline format mostly used by the new reporters started with the subject of the sentence (56.07%) which most often was the name of the department or the organization especially the name of "RMUTT". Nouns and acronyms, which are RMUTT, were the language of the headline most commonly used (20.56%).&#xD;
The result also showed that the news reporter mostly used 4 headlines format. Appeared in the ThaiRath newspaper, the language of the headline of the Rajamangala University of Technology Thanyaburi news was used in 18 types. Therefore, the suggestion for the Public Relations Officer or those who are responsible for writing &#xD;
a press release is to consider these results as a guideline to develop the headline under the context and the news content.</description>
    <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

